ในแปลงผักเล็กๆ ที่ถูกขึ้นแปลงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างพอที่จะยื่นมือไปถึงใจกลางแปลง ผักมากหน้าหลายตากำลังงอกงาม ใบสีเขียวสดหลากหลายเฉดสีชูเชิดตัดกับผืนฟ้าใสสีคราม
 
มีผักชนิดหนึ่งชูช่อขึ้นสูงกว่าใครในแปลง ทำหน้าสล่อน อวดช่อดอกสีขาวสะอาดตาและ ช่อตุ่มสีเชียวอ่อนแลดูใสๆรวมอยู่กันเป็นกลุ่มดูน่ารักพิกล    ถ้านำช่อดอกและผลไปถามใครต่อใคร คงหาคำตอบไม่ใคร่จะได้ว่าเป็นดอกจากต้นอะไร หากแต่ผักที่คนไม่รักก็เกลียด และรู้จักมักคุ้นกันดี  ด้วยว่าผักนี้ ที่มีชื่อสามัญว่า ผักชี  
 
ผักชีมาลงหลักปักฐาน อยู่ไทยนานแสนาน ตั้งแต่ครั้งเดินทางจากบ้านเกิดแถวเมดิเตอร์เรเนียน ไม่ว่าจะเป็นกรีก หรือ อียิปต์ก็ต่างมีผักชี อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์​กันทั้งนั้น  รากศัพท์คำว่า coriander ก็มาจากศัพท์ภาษากรีกว่าkorisซึ่งแปลว่า แมลง (bed bug) เพราะหลายคนเชื่อว่ากลิ่นคล้ายกัน  
 
ผักชีจะพูดไปก็เหมือนกล้วย เพราะทุกส่วนของผักชีล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น  ตั้งแต่ราก ลำต้น ใบดอก จนไปถึงผลดิบและผลแห้ง รากผักชีสีขาวออกน้ำตาลหม่นๆ  มีรากเล็กรากน้อย ก็ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงในอาหารไทย รากผักชีมีกรดกูลตาเมต ที่สร้างและเชื่อมรสชาติให้มารวมกันได้อย่างน่าประหลาดยิ่งนัก หรือจะเรียกได้ว่าทำหน้าที่ชูรสชาติได้อย่างยอดเยี่ยม  คนไทยจึงนิยมใส่ รากผักชีในต้มจืด และใช้เป็นเครื่องโขลกผสมเครื่องหมักโปรตีนอย่างหลากหลาน    ในสายของแพทย์แผนไทย ยังเป็นตัวช่วย  กระสัยยา  หรือแม้แต่การแบน้ำต้มผักชี ด้วยจะบรรเทาอาการของโรค อีสุอีใส ก็เป็นความใกล้ชิดของคนไทยกับผักชี
 
ก้านและใบที่มีรอบหยักน่ารัก ก็บรรยายได้ไม่จบถึงการนำไปประกอบอาหารที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบของยำ จะเป็นน้ำพริกผักชี หรือจะไว้โรยหน้า ของผัด ของต้ม แม้แต่เป็น ผักแนม ไม่แต่ชาติไทยเท่านั้นที่ชื่นชอบในรสชาติของผักชี คนโปรตุเกสก็ใช้ ใส่ในหอยผัดไวน์ขาว หนึ่งในอาหารประจำชาติ  คนเม็กซิกันก็ชอบรสชาติของผักใบเขียวชนิดนี้ไม่แพ้กัน อย่างไรก็ตามผักชีเต็มใบบนข้าวตังแผ่นบางที่แทบโปร่งแสได้ น่าจะเป็นหนึ่งในอาหารแบบไทยๆที่อวดรสและกลิ่นของผักชีได้เป็นอย่างดี    
 
ดอกสีขาวที่ดูเบาะบางก็เป็นที่นิยมของนักปรุงอาหารปัจจุบัน ที่พึ่งพาความงามตามธรรมชาติของดอกไม้ มาประดับมาประดาไว้บนจาน  เมื่อเวลาผ่านไป เจ้าดอกขาวๆเหล่านั้นก็กลายมาเป็น  เม็ดสีเขียวๆ ที่ปล่องออกตรงกลาง เม็ดจิ๋วนั้นก็เต็มไปด้วยรสชาติของเม็ดผักชี และรสสัมผัสนั้นกรอบเบา ต่างจากผลแห้ง แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจคือ กลิ่น รสชาติแทบไม่แตกต่างจากผลแห้ง เพียงแต่ผลเขียวมีความสดชื่นกว่าเท่านั้น  เจ้าเม็ดผักชีสีเขียวจิ๋วๆ เหล่านี้ ถูกซื้อขายกันตลาดเพื่อให้เชฟนำไปใช้ในราคาสูงเกินคาดอย่างไม่น่าเชื่อ
 
ผักชีกำละ ห้าบาท น่าจะหายากแล้วในวันนี้  พูดไปก็เสมือนพูดว่า ก๋วยเตี๋ยวชามละ สองบาท คนหลายคนจัดให้ผักชีเป็นผักจีน ผักชีชอบอากาศเย็นๆ และเติบโตได้ดีในหน้าหนาว ทำให้ หน้าร้อนอย่างช่วงเดือนเมษายน อาจจะทำให้ผักชีราคาสูงถึงกิโลละ สี่ร้อยบาท แท้จริงแล้วเมื่อปลูกถูกฤดูผักชีก็ปลูกไม่ยาก โตไว และไม่ค่อยมีโรคแมลง ด้วยกลิ่นเฉพาะตัว หากจะลองปลูก เพื่อไว้กินเอง ก็คงดี ด้วยว่าไม่ต้องเสี่ยงกับสารเคมีตกค้างในการเกษตร   และเป็นผักที่หาผักอย่างอื่นแทนย๊ากยาก เมื่อไม่มีติดครัว  
 
เด็ดชิมสักใบสองใบ หยิบเคี้ยวรากเล่น ขบเม็ดผักชีผลเขียว ผลน้ำตาล แล้วลองพิจารณาด้วยว่าเราจะอธิบายรสชาติผักชีให้คนที่ไม่เคยลิ้มรส ผักชี ว่าอย่างไร