ภาษาสื่อสาร กับความไม่มั่นคงทางอาหารของคนไทย
 
ภาษา ศัพท์แสงที่สวยหรู และ ความย้อนแย้งของข้อเท็จจริง  เกิดขึ้นอย่างธรรมดาเกินไปในสังคมไทย และสิ่งที่น่างสารจับใจกว่าความธรรมดา คือ เราส่วนใหญ่ยอมรับมันซะงั้น โดยที่ไม่เคยแคลงใจความหมายที่แท้ทรูของ คำจัดความ คำขยายความ ที่เกี่ยวเนื่องกับของที่เราต้องเอาเข้าปากทุกทุกวัน 
 
 
ถ้าตอบ คำถามแบบปรนัย ถูกทั้งสี่ข้อด้านล่าง ไม่ต้องเสียเวลาอ่านบทความนี้ เลยไปได้เลย
 

ข้อหนึ่ง เมื่อมานีซื้อผักปลอดสารมาจากตลาด มานีได้ผักอะไรกลับไปทำข้าวเย็น
ก. มานีได้ผักที่ไม่ใช้สารเคมีในการผลิตทั้งกระบวนการ
ข. มานีได้ผักที่มีการใช้สารเคมีที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้า จำหน่ายและใช้ได้ในปริมาณที่ไม่จำกัด และไม่มีระยะเก็บเกี่ยว
ค. มานีได้ผักที่มีการใช้สารเคมี ในการผลิตแต่มีการ เว้นระยะระหว่างการใช้สารเคมี และการเก็ยเกี่ยวผลผลิต เช่น ระยะเว้น ๑๔ หรือ ๒๑ วัน
ง.มานี้ได้ผักที่ไม่มีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชเคมี แต่มีการใช้ปุ๋ยเคมีในการผลิต 

 ข้อสอง เมื่อชูใจซื้อผักเกษตรอินทรีย์ ไปฝากมานะ มานะได้ผักอะไรจากชูใจ
ก. มานะได้ผักที่ไม่มีการดัดแปลงพันธุกรรมแต่มีการใช้ปุ๋ยเคมีในการผลิต แต่ไม่มีสารกำจัดศัตรูพืชเคมีในการผลิต
ข. มานะได้ผักพื้นบ้าน อย่างเช่น ชะอม ขจร ถั่วฝักยาว กระเพรา พริก
ค. มานะได้ผักที่ไม่ใช้สารเคมีในการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ และเพาะจากเมล็ดพันธ์ที่ไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม
ง. มานะได้ผักที่มีคุณลักษณะเหมือนกับผักปลอดสารพิษ 

ข้อสาม ปิติบอกมานะว่า ผลการสุ่มตรวจสารพิษตกค้างเป็นลบ คือไม่พบสารเคมีตกค้างในกะหล่ำปลี ข้อสรุปข้อใดของปิติผิด 
ก. กะหล่ำปลีที่ถูกเก็บเป็นตัวอย่าง ไม่เคยได้รับสารเคมีใดใดเลยตลอดกระบวนการผลิต
ข.กะหลำปลีที่ถูกเก็บเป็นตัวอย่างอาจจะได้รับสารเคมี  แต่ไม่ตรงกับสารที่ใช้ในการตรวจ จึงได้ผลออกมาเป็นลบ
ค. กะหล่ำปลีที่ถูกเก็บเป็นตัวอย่างที่ได้รับสารเคมี แต่มีการทิ้งระยะเก็บเกี่ยวอย่างถูกต้อง
ง. กะหล่ำปลีที่ถูกเก็บเป็นตัวอย่างเป็นกะหล่ำปลีอินทรีย์  
 
ข้อสี่ อาม่าบอกให้ หมวยไปซื้อมะระออแกนนิคส์มาต้มน้ำแกง หมวยควรจะเลือกมะระ แบบใด
ก. มะระที่ระบุบชัดเจนว่าเป็นมะระไฮโดรโปรนิส์
ข. มะระทีระบุบว่าเป็นมะระอนามัย ปลูกในโรงเรือนที่มีการควบคุมอุณหภูมิ และกันแมลงได้
ค. มะระที่ปลูกโดยใช้เมล็ดพันธุที่ผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม เพื่อมี่จะไม่ต้องใช้ยาปราบศัตรูพืชเคมีหรือปุ๋ยเคมีในกระบวนการผลิต
ง. มะระที่ปลูกโดยชเมล็ดพันธ์ที่ไม่ผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม และปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีทั้งกระบวนการผลิต
 
เฉลย
ข้อ ๑  ค
ข้อ ๒ ค
ข้อ ๓ ก และ ง
ข้อ ๔ ง
ถ้าตอบได้หมด  ก็หมดห่วง  ไปอ่าน บทความอื่นๆเถอะ  แต่ถ้าตอบผิดและสร้างความปวดกะบาล ว่าทำไมน่าสับสนขนาดนี้ ก็ควรจะอ่านบทความนี้ให้จบ เพื่อสุขภาพของเรา ของผู้ปลูก และของโลกใบนี้
 
แค่สี่ข้อก็มีความงง ความมึนเบาๆ เดินตลาดซื้อาหารเข้าบ้านก็ยากพอพอกับทำข้อสอบด้านบนนี่แหละ แต่ถ้าเลือกผิดไม่ได้แค่สอบตก แต่นั้นหมายถึง การสุขภาพของเรา ของคนปลูกและโลกใบนี้  เพราะคำจำกัดความ มากมายที่บิดเบือน เลอะเลือน ห่างจาก ความหมายที่แท้จริง ทำให้เกิดภาษาเพื่อความสบายใจ และ ภาษาเพื่อการตลาดที่เกี่ยวเนื่องกับอาหาร การกิน 
 
“ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ ภาษาเพื่อการตลาด บนโลกใบนี้เราผลิตอะไรที่ไม่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติเป็นตัวตั้งตนบ้าง  เคมี หรือ ของสงเคราะห์ก็ต้องมาจากวัตถุดิบธรรมชาติทั้งนั้น  แล้วจึงมาเล่นแล่แปรธาตุให้เป็นอย่างอื่นไป  เก้าอี้พลาสติกก็ต้องผลิตผลพลอยได้ของการอุตสาหกรรมปิโตรเลียม กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตเคมี ก็ได้มาจากการขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ของธรรมชาติไม่ได้แปลว่าจะดีไปซะทุกอย่าง อย่าง แร่โละหนักบางชนิดที่มีพิษต่อร่างกาย หรือ แม้แต่สารพิษที่อยู่ในพืชในสัตว์ทั่วไป 
 
การดัดแปลงพันธุกรรมของพืชและสัตว์ก็ มีชื่อเรียก อย่างสวยหรูว่าเป็นเทคโนโลยีวิศวกรรมพันธุกรรม ฟังดูดีมีความรู้  เป็นชนชั้นนักวิทยศาสตร์ ที่ผลงานมักจะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ  แต่การดัดแปลงพันธุกรรม เกิดขึ้นเพื่อให้ การผลิตผลิตผลทางการเกษตรได้ปริมาณเยอะขึ้น กำจัดศัตรูพืชหลายหลากชนิด ทั้งหนอนแมลงไปถึงไวรัส และ แบคทีเรีย  หรือ ทำให้สีสวยขึ้น ถ้าเป็นปศุสัตว์ก็โตเร็วขึ้น ทั้งหมดนี้ ควบคู่ไปกับการตอบสนองของสารเคมีที่ใช้ในการเกษตรด้วย หรือเป็นการกีดกันทางการค้า อย่างเช่นการดัดแปลงให้ปลาเลี้ยงเพื่อกินเนื้อไม่สามารถผสมพันธ์ได้ เพื่อที่เกษตรกรเลี้ยงปลา ต้องกลับมาซื้อพันธุ์หลังวิดบ่อทุกครั้ง
ภาษาสวยงามที่มากับการดัดแปลงพันธุกรรม คือ ประโยคที่ว่า อาหารดัดแปลงพันธุกรรมเป็นอาหารกู้วิกฤตโลกให้กับประชากรที่ล้นหลามและอาหารจะไม่พอกิน
 
คำที่โด่งดังที่สุด ถูกใช้พร่ำเพื่อที่สุด และ ถูกบิดเบือนมาที่สุดในวงการ คือ ผักปลอดสาร เป็นคำที่ทิ่มแทงหัวใจของคนทำงานด้าน อินทรีย์ เกษตรกรรมยั่งยืน หรือ เกษตรทางเลือก ได้เป็นอย่างดี 
 
ผักปลอดสารนี้มาจาก ผักปลอด(ภัย)จากสารพิษ  มีการใช้สารเคมีในกระบวนการเพาะปลูก  ไม่จำกัดเมล็ดพันธ์ที่ใช้ หมายความว่า เป็นผักที่ปลูกจากเมล็ดพันธ์ที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมได้  ใช้สารเคมีทางการเกษตรได้ทั้งยากำจัดศัตรูพืช และ ปุ๋ยบำรุงเคมี ที่บอกว่าปลอดภัย หมายถึงได้มีการเว้นระยะเก็บตามที่ฉลากแนะนำมาแล้ว ไม่ว่าจะ 14 หรือ 21 วันซึ่งคนที่คิดค้นยาเหล่านี้  เชื่อว่า ฤทธิ์ของยาจจะเสื่อมและสลายไป ลดลงอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อการบริโภค ตรงนี้ก็มีสองประเด็น  
ประเด็นแรก คือ   อยู่ในระดับที่ปลอดภัย แปลว่ามีตกค้าง หรือ ปนเปื้อนอยู่ในผัก กินแล้วไม่ได้ลงไปแดดิ้น กองอยู่ที่นั่นทันที แต่รายการเก็บสะสมสารเคมีแล้วมีผลต่อสุขภาพระยะยาวล่ะ  สรุปแล้วแปลว่ามี ไม่ได้แปลว่าไม่มี 
 
ประเด็นที่สอง  คือ เราแน่ใจได้อย่างไรว่า มีการเว้นระยะเก็บอย่างถูกต้อง และสารเคมีได้สลายไปแล้ว เกษตรกรผู้ปลูกมีความรู้ความเข้าใจแค่ไหนในการใช้ยา หรือ เว้นระยะเท่าใด ใครสุ่มตรวจ  ถ้าเกินต้องทำอย่างไร มีวิธีการล้างหรือแก้ไขอย่างไร ปกติแล้วถ้าถ้าเจอพ่อค้าแม่ขายที่ไหนบอกว่า ผลิตของตนเป็นของปลอดสาร ดวงพรจะรีบเดินหนี    
 
คำว่า ปลอด คำนี้ ไม่เหมือน คำว่าปราศจาก ใช้แทนกันไม่ได้ 
 
คำว่า สะอาด หรือ อนามัย  ประเทศไทยก็ใช้ใน ปริบทเดียวเลย คือ  ไม่มีแบคทีเรียปนเปื้อน ไม่มีเชื้อโรคไวรัส ผักสะอาดที่ประเทศไทย เลยเป็นผักปลูกไร้ดิน  ผูกบนน้ำมันซะเลย ไม่เลอะดิน ไม่มีเชื้อโรค (อยากรู้ว่าจะได้อะไรมาเป็นของแถมต้องอ่านตอนอื่นต่อไป)  แต่เราไม่ได้ตีความ คำว่า สะอาด  เป็น ไม่ปนเปื้อนสารเคมีด้วย คิดง่ายๆว่าเรานำน้ำยาฆ่าเชื้อ มาล้างผัก แบคทีเรียอาจจะหมดไป แต่ได้สารเคมีตกค้างจากน้ำยาฆ่าเชื้อแทน แบบนี้เราเรียกจะสะอาด ถ้าพูดมากก็จะมี หน่วยงานออกมา แก้ตัวว่า ตกค้างแต่อยู่ในระดับที่ปลอดภัย   สองคำนี้น่ากลัวอย่างยื่งในการเลือกซื้อ วัตถุดิบ
 
ผักคุณภาพส่งออก กับ ผักนำเข้าชั้นเยี่ยม สุดท้าย ก็ไม่ได้แสดงหรือ สะท้อนว่าผักผลไม้เหล่านี้ปลูกในวิถีอินทรีย์
 
สด  ปัจจุบันนี้ สด แปลว่าไม่เน่า  ไม่ได้สะท้อนว่าเป็นจากต้น หรือ จากธรรมชาติมานานเท่าไหร่แล้ว เราไปซื้อผัดสด หมูสด มาจากตลาด  แต่พ่อค้าแม่ค้าเก็บไว้ในตู้กี่วันแล้ว เก็บยังไง ใส่อะไรให้ดูสด ดูเด้งบ้างไหม  หมูเค้าแช่แข็งแล้วเอามาละลายขายหรือเปล่า  ไม่ได้เป็นมาตราการปฏิบัติของพ่อค้าแม่ค้าตลาดสด ตลาดสมัยใหม่ อย่างซุปเปอร์มาร์เกต ชื่อดังก็ปฏิบัติเป็นเรื่องปกติ  หรือการจัดการหลังเก็บผลิตผลจากท้องทะเล ถ้าอยากให้สด ก็เติมฟอร์มาลีน หรือ ฟอมาดรไฮล์  ภาษาชาวบ้านเรียก น้ำยาอาบศพ ไม่เน่าก็สดไง 
 
ความหลากหลายทางชีวภาพ  
กินปลาให้มีหความหลากหลาย เพื่อที่เราจะได้ ความมั่นคงทางอาหาร  และแล้วเราก็ทำตามคำสั่ง กินปลาแซลมอน กินปลาดอรี กินปลาทับทิม ก็หลากหลายแล้ว  อืมไม่เขียนต่อละ แต่จะทิ้งคำศัพท์อื่นที่ควรระวังในการทำความเข้ามา อาหารนั้นๆ ถูกผลิตขึ้นมาอย่างไร  ดังนี้
เลี้ยงบ่อดินธรรมชาติ  เลี้ยงโรงปิด  เลี้ยงด้วยข้าวกล้อง เลี้ยงด้วยระบบที่กรมปศุสัตว์รับรอง  เลี้ยงนอกโรงเรือน  ไม่ฉีดยาปฏิชีวนะ  เกรดส่งออก ผักอนามัยไร้ดิน  ผักปลูกในน้ำ ผักปลูกในโรงเรือน  
 
 
ง่ายๆสั้น ถ้าดูรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวเนื่องกับจิตวิญญาณ เรื่องที่วิทยศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ เรื่องผีสางความเชื่อ  ก็จะมี คำเตือนขึ้นว่า โปรดใช้วิจารญาณในการรับชม  
แน่นอน ถึงเวลาที่ท่านจะหลายจะต้อง ใช้วิจารณญาณในการรับประทาน ได้โปรด เถิดนะ
 
#FoodMarketing #MordernFoodDefinition  #FoodSystem #FuckUpWordForFood  #DistortedFoodDescription #FoodLabelling   #Organic #NaturalFood #Hydroponics  #Fresh #BiodiversityOfFood  #RealFood #MarketingFood  #Deciption #Mismarkeitng #Intergrity